หลายๆ คน น่าจะเคยได้ยินชื่อ Alldocube (ออลดูคิวบ์) แท็บเล็ตสุดคุ้มที่มีสเปคดี คุ้มค่า ใช้งานได้ไหลลื่น ล่าสุด Alldocube Thailand โดย บริษัท ที แอนด์ ซี จำกัด เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าแบรนด์ Baseus (เบซุส) และ Alldocube (ออลดูคิวบ์) ในประเทศไทย ได้นำเสนอแท็บเล็ตในราคาที่ทุกคนเข้าถึงได้ การใช้งานตอบโจทย์ทุกคน โดยวันนี้เราจะมารีวิว Alldocube iPlay 50 mini ที่มีขนาดหน้าจอ 8.4 นิ้ว โทรออกได้ ซึ่งเป็นขนาดหน้าจอที่ผมชอบมากๆ จับถือสะดวก ใช้โทรได้จากแท็บเล็ตโดยตรง
ก่อนอื่น มารู้จักกับ Alldocube กันก่อน ก่อตั้งเมื่อปี 2005 คือ 20 ปีเลยครับ เติบโตอย่างรวดเร็วมากๆ ถ้าใครมองหาแท็บเล็ตน่าจะเคยผ่านตามาบ้าง และมีชื่อเสียงเรื่องความคุ้มค่าตั้งแต่ก่อนที่จะมีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทย นั่นหมายความว่า ได้รับความนิยมมากจริงๆ ซึ่งล่าสุด ทาง Alldocube ได้เข้าร่วมงาน Mobile World Congress (MWC 2025) มีผลิตภัณฑ์แท็บเล็ตและโน๊ตบุ๊คเจ๋งๆ เยอะเลย หากเรียงลำดับ Top 10 Tablet โดย Alldocube อยู่อันดับที่ 7 รองจาก Microsoft และนำหน้าแบรนด์ชั้นนำที่เรารู้จักชื่อกันดี เรียกได้ว่าอยู่ในกลุ่มแบรนด์ชั้นนำที่ทุกคนคุ้นเคย
มาว่ากันที่แท็บเล็ตจอขนาดฝ่ามือ โทรออก รับสายได้ Alldocube iPlay 50 mini
คอนเซ็ปต์ คือ Big Fun in a small package ไซส์มินิ โทรได้ พกพาง่าย โดยมีจุดเด่นคือ Android 13, รองรับ Netflix Widevine DRM L1 ดู Netflix แบบ HD ได้ และรองรับ Virtual RAM แต่จากที่ใช้งาน เราไม่ได้เปิด Virtual RAM ก็ไหลลื่นดีครับ
หน้าจอ DRM Info แสดงการรองรับ L1 รับชม Netflix แบบ HD ได้
หากคุณอยากได้แท็บเล็ตที่จอใหญ่กว่ามือถือ แต่ยังพกง่าย พกสะดวก เป็นได้ทั้งแท็บเล็ตและโทรศัพท์ในเครื่องเดียว โทรออก รับสายได้จากตัวเครื่องโดยตรง แม้ไม่ต่อหูฟัง แต่หลักๆ เราก็เชื่อมหูฟังบลูทูธได้ ทำให้เราไม่ต้องพกหลายเครื่อง อย่างผมมี 3 ซิม ก็พก 1 มือถือ 1 แท็บเล็ต บางคนอาจจะเอาเครื่องนึงไว้ทำงาน อีกเครื่องไว้เล่นเกม ความบันเทิง แยกกัน
Alldocube iPlay 50 mini มีให้เลือก 2 รุ่น
- RAM 4GB+64GB ราคา 3,990 บาท
- RAM 4GB+128GB ราคา 4,490 บาท
รับประกัน 1 ปี
จุดเด่น : จอ 8.4 นิ้ว แบต 4,000mAh ซิมคู่ โทรได้ พกง่าย และแม้จะใช้ 4G ก็ไม่ได้มีผลอะไรกับการใช้งาน ดูหนัง โซเชียล ได้สบายๆ
สเปค
CPU: UNISOC T606
GPU: Arm Mali G57
Display: ขนาด 8.4 นิ้ว 1200 x 1920 พิกเซล
RAM: 4GB
ROM: 64GB หรือ 128GB
Camera: Front 5MP + Rear 5MP
WIFI: 2.4GHz + 5GHz(802.11a/b/g/n/ac)
Battery: 3.8V/4000mAh
Charging: 5V/2A
I/O: USB-C/3.5mm Audio Jack/SIM Card/MicroSD Card ใส่ซิมได้ โดยถาดซิมจะเป็นแบบ 1 SIM 1 MicroSD แยกกัน (Micro SD รองรับ 512GB)
OS: Android 13
Dimension: 202.7 x 126 x 7.5 mm
Weight: 292g ขนาดเล็กกระทัดรัดดี แต่ตอนพกอย่าลืมบวกน้ำหนักเคสไปด้วยครับ
ดีไซน์ ออกแบบงานประกอบ วัสดุดี มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 ม.ม. ตรงมุม ส่วนเคสก็เจาะรูพอดี
พอร์ตชาร์จ USB-C แต่บอกไว้ก่อนว่า ตอนที่เราถือแท็บเล็ต แนวตั้ง (กล้องอยู่ด้านบน) ช่องเสียบชาร์จจะอยู่ด้านบน ต่างจากแท็บเล็ตรุ่นอื่นๆ ข้อดีคือตอนที่ตั้งแท็บเล็ตแนวตั้ง เสียบสายด้านบนสะดวกดี ไม่งั้นต้องหาแท่นวางมือถือที่เว้นช่องสายชาร์จมาใช้ แต่อาจจะไม่ชินนัก ส่วนการวางแนวนอนไม่มีปัญหาอะไร
การเสียบสายด้านบนแบบนี้ จะว่าสะดวกก็สะดวก แต่สำหรับบางคน อาจจะว่ากลัวเตะสายหรือต้องดึงสายรั้งตึงขณะชาร์จ แต่ถ้าไม่ได้ชาร์จไป ใช้ไป ก็ไม่มีปัญหาอะไร
สังเกตว่า แท่นวางมือถือซึ่งปกติจะเว้นที่ให้เสียบสายด้านล่าง ก็จะไม่ได้ใช้งาน แต่เอาจริงๆ จะคว่ำจอชาร์จก็ไม่ผิดอะไร
ถ้าไม่ได้ใช้กล้อง จะสลับคว่ำแท็บเล็ตเพื่อดู Reels, Tiktok, Shorts ขณะชาร์จก็ได้ เพราะยังไงมันก็หมุนจอได้อยู่แล้ว
ระยะเวลาในการชาร์จ ประมาณ 3 ชั่วโมง นับจากชาร์จเมื่อแบตลดลงต่ำกว่า 20% ดังนั้นเหมาะกับการชาร์จตอนนอน
รุ่นที่เราทดสอบนั้น คือ รุ่น RAM 4GB + 64GB ซึ่งถือว่าใช้งานได้ไหลลื่นมากๆ โดยการใช้งานของผมคือ Social, E-Mail, โปรแกรม Office นิดหน่อย ไม่เล่นเกม ดูหนัง Netflix บ้าง YouTube เยอะ Tiktok หน่อย และใช้เปิดออเดอร์สินค้าในการทำงาน ต้องการแท็บเล็ตขนาดเหมาะมือที่มีจอใหญ่กว่ามือถือ แต่ยังพกสะดวก ใส่กระเป๋าใบเล็กๆ ได้โดยไม่ต้องแบกเป้เลย
ผมเคยดูสเปคแท็บเล็ต ก็ไม่แน่ใจว่า RAM 4GB จะไหลลื่นไหม แต่พอใช้งานจริง เอ่อ มันไหลลื่นไม่สะดุดเลย เหมือนมือถือเลยครับ
การทำงานของผมคือ เอกสาร ข้อมูลการขาย ซึ่งส่งเป็นไฟล์ PDF ผ่าน LINE และไฟล์ภาพ ซึ่งจะต้องเปิดด้วยมือถือ แล้วเอานิ้วขยายหน้าจอดู ซึ่งไม่สะดวก ทำให้ต้องมองหาแทบเล็ตจอ 8 นิ้วมาใช้งาน แต่ไม่อยากจะได้ 10 – 12 นิ้ว เพราะเคยมีแล้วรู้สึกว่าใหญ่ไปในการพก หนักด้วย
กลุ่มคนที่ใช้แท็บเล็ตรุ่นนี้คือ นักเรียน นักศึกษา ที่อยากได้แท็บเล็ตเล็กๆ เบาๆ พกง่าย คนเริ่มต้นทำงาน คนที่อยากได้แท็บเล็ตเพื่อความบันเทิง คนชอบอ่าน e-book, webtoon ผมให้ลูกวาดการ์ตูนก็เพลินดี เบาด้วย
ซื้อแท็บเล็ต ได้อะไรบ้าง?
ในกล่อง มี 1) แท็บเล็ต 2) สายชาร์จ USB-C to USB-A ไม่มีหัวชาร์จ ดังนั้นตอนซื้อเลยได้แถม เคสขุ่น (ภาพขวา คือ เคสขุ่น) + หัวชาร์จ มาด้วย
ตอนไประยอง ผมพกแท็บเล็ตไปดูหนังด้วย เป็นเคสแบบตั้งแนวนอนได้ ใส่เคสขุ่นมาหลายวันเลยเอามาเปลี่ยน
เฉพาะในการทดสอบ ได้เคสมา 2 แบบ คือ เคสแบบพับ มีฝาปิดหน้าจอ (Flip Case) เหมาะกับตั้งแนวนอน สีดำ สีขาว เคส Flip ขายแยก 299 บาทเท่านั้นเองครับ และเคสขุ่นแบบเดียวกับตอนใส่มือถือ คลุมเฉพาะด้านหลังของเครื่อง
ส่วนใครที่อยากใช้งานแนวตั้ง แนะนำให้ใช้เคสแบบติดฝาหลังแล้วตั้งบนแท่นวางมือถือเป็นแนวตั้ง สะดวกดีเหมือนกันครับ
ตัวอย่างการใช้เคสแบบ Flip ตั้งแนวนอนดูหนังแนวนอน
ปุ่ม Power, Vol อยู่ด้านบนตอนตั้งแนวนอน ตอนที่วางแนวนอน ลำโพงอยู่ด้านข้าง แต่ถ้าวางแนวตั้งบนแท่นวางมือถือ แท็บเล็ต อาจจะบังลำโพง แต่ถ้าใช้หูฟังหรือต่อลำโพง bluetooth แยกก็จบ
ในกล่องจะมีแค่ แท็บเล็ต สายชาร์จ USB-C to USB-A (เสียบฝั่งหัวชาร์จ) เข็มจิ้มถาดซิม และคู่มือ
หัวชาร์จ (อะแดปเตอร์) ที่ให้มา (แยกต่างหาก) รองรับการจ่ายไฟ 5V 2.4A Fast Charger
ปลั๊กแบบหัวกลม มอก. ไทย เห็นว่า Asaki ทำให้ครับ
เสียบ USB-A อีกฝั่งเป็น USB-C
การใส่ซิม ทำอะไรได้บ้าง
รองรับ 4G ถาดซิม เป็นแบบ 1 Nano SIM + 1 MicroSD รองรับ 2 ซิม แต่จะต้องเลือกว่า ช่องที่ 2 จะใส่ซิมที่ 2 หรือ MicroSD
ตอนใส่ซิม แนะนำให้คว่ำหน้าจอแท็บเล็ตแล้วใช้เข็มจิ้มถาดซิมให้เปิดออกมา จากนั้นใส่ซิมในลักษณะคว่ำ ตามภาพ โดยถ้าใส่ 2 ซิมก็จะใส่ MicroSD ไม่ได้ ถ้าใครคิดว่าใส่ 2 ซิม เลือกรุ่น 128GB ไปเลยครับ
รองรับ 4G LTE (โทรแบบ VoLTE ผ่านเน็ต ได้เสียงคมชัด) รองรับการโทรผ่าน Wi-Fi (Wi-Fi Calling) ได้ ตอนที่เราเชื่อมต่อ Wi-Fi ส่วนการโทรแบบปกติ ผมใช้ หูฟัง bluetooth สนทนาชัดเจนดี
สำหรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านซิม ทำได้ดีมากๆ ใช้งานไหลลื่น ดูคลิปไหลลื่น ไม่สะดุด คมชัด
การดูหนัง YouTube, Netflix
ลองดูหนัง Netflix คมชัดดี ส่วนการแสดงผลบนหน้าจอ สามารถใช้นิ้วขยายให้แสดงเต็มจอได้ จริงๆก็เต็มจออยู่แล้วแต่ถ้าไม่อยากให้มีขอบดำก็ขยายเข้าไปได้อีก Subtitle ตัวกำลังพอดี อ่านได้ง่ายดี ส่วนบน YouTube ลองขยายแล้วกลายเป็นขยายใหญ่กว่าจอ ล้นไปนิด ถ้าเอาแบบพอดีๆ ไม่ต้องขยายจอก็ดูได้สบายตาแล้วครับ
ลำโพงเสียงดังดี (80% กำลังพอดี แต่อยากฟังเสียงดังเปิด 100% ได้เลย) โดยไม่ต้องใช้หูฟัง ก็ดูหนังได้สบายๆ แบบ 1-2 คน มีลำโพงเดียวแต่บอกเลยว่าดังมาก
นอกจากนี้ เราใช้หูฟังไร้สาย Bluetooth เชื่อมต่อสะดวกดี ดู YouTube เป็นหลัก เล่น Facebook ดู Reels
หน้าจอ IPS คมชัด FHD+ ขนาด 8.4 นิ้ว เหมาะกับการใช้งานในห้อง ในอาคาร แต่หากใช้งานกลางแจ้ง คาเฟ่ outdoor มีแดด อาจจะมองหน้าจอไม่คมชัดนัก แต่ด้วยความสว่างหน้าจอ 300 cd/m2 16 ล้านสี ก็ถือว่าได้จอสวยอยู่ เพียงแต่อาจจะมองยากในบางสถานการณ์ถ้าแสงแดดจัดๆ แต่ชีวิตจริง หลักๆ เราออกแดดก็ใช้ถ่ายภาพ ถ่ายวีดีโอ ไม่ได้ใช้อ่านอะไรนัก เพราะมักจะอ่านตอนนั่งพักมากกว่า
การใช้งานจริง ที่ห้องพักในโรงแรม นำมาใช้ดูหนัง ทำงาน ได้สะดวก
ถ้าอยากทำงานจริงจัง ต่อ คีย์บอร์ด เม้าส์ แบบที่มี USB เดียว ผ่านตัวแปลง USB-C to USB-A ได้ครับ หรือใช้คีย์บอร์ด เม้าส์ แบบ Bluetooth
และนี่คือหน้าจออ่าน webtoon ครับ
การปลดล็อคหน้าจอ รองรับการ ปัดนิ้ว, วาดรูปแบบ, PIN และรหัสผ่าน แต่ไม่รองรับการสแกนใบหน้า และสแกนนิ้ว แต่โดยรวมหากเราใช้งานด้านความบันเทิงก็แทบจะไม่ได้ต้องปลดล็อคหน้าจอบ่อยเท่ามือถืออยู่แล้ว
หน้าจอโทร เต็มหน้าจอ ผมใช้พร้อมกับหูฟัง bluetooth มีปุ่ม mute เสียง เปิดลำโพง speaker โทรได้ตามปกติ แต่ถ้าคุยนาน ใช้หูฟัง bluetooth ได้ หรือถ้ามีหูฟัง Small Talk 3.5 ม.ม. ก็เสียบคุยสนทนาได้
การใช้งาน ต้องบอกว่า Mem ในเครื่อง 64GB อาจจะไม่เหมาะกับการใช้งานแอปที่มีขนาดใหญ่ เพราะลำพังแค่ OS ก็ใช้พื้นที่ 11GB, แอป 7.9GB ซึ่งผมใช้ LINE, Shopee, Facebook, Messenger, iBisPaint, Instagram, Google Docs ซึ่งถ้าใช้แอปเยอะ แนะนำให้เลือกรุ่น 128GB หรือใส่ MicroSD (ขายแยก)
การแคปหน้าจอ (Screen Capture) สะดวกตรงที่ ใช้ 3 นิ้ว วาดจากบนลงล่าง แต่บางครั้งก็ทำให้หน้าจอเลื่อนไปนิดนึง ต้องฝึกสักหน่อย แต่ก็สะดวกดี สำหรับคนที่ไม่ชอบใช้ปุ่ม Power + ปุ่มลดเสียง หรือ Vol แต่บางครั้งก็ใช้เพื่อ capture ส่วนที่ต้องการได้แม่นยำขึ้น ซึ่งเมื่อหน้าจอใหญ่ การจะกดแคปจอแบบมือถือก็ยากนิดนึง ดังนั้น 3 นิ้วคือคำตอบ
การใช้งาน มี Virtual RAM สูงสุด 4 + 8 = 12GB (สูงสุด) เมื่อกดเลือกที่เมนู “พื้นที่เก็บข้อมูล” > MemFusion จะมีให้เลือก 4GB, 6GB, 8GB จากนั้นเครื่องจะ Restart แต่ผมไม่ได้ใช้ Virtual RAM เพราะ RAM เดิมๆ 4GB ใช้งานได้ดีอยู่แล้ว
Android Table ใช้ LINE บัญชีเดียวกับมือถือได้แล้ว (เหมือนมือถือกับ iPad ใช้บัญชีเดียวกัน) อัปเดตนี้เพิ่งมาตอนที่เขียนรีวิวพอดี ผมก็เลยได้ทดสอบทันที มี LINE ในแท็บเล็ตอีกเครื่อง ก็เลย sync บัญชีมาล็อคอินบน Alldocube iPlay 50 mini ใช้งานได้สะดวกดีครับ โดย LINE จะต้องเป็นเวอร์ชั่น 15.3.0 เท่านั้นครับ
การเขียนบนหน้าจอด้วยปากกา
แท็บเล็ตรุ่นนี้ ไม่ได้ให้ปากกามาด้วยในกล่อง แต่ซื้อเพิ่มได้ ผมลองใช้ปากกาของแท็บเล็ตอีกรุ่น Alldocube iPlay 60 Pad Pro มาให้ลูกวาดรูป ซึ่งทำได้ดี บนแอป ibispaint แต่จะวางมือบนหน้าจอไม่ได้ ซึ่งหัวปากกาจะมีแบบ กลมๆ เหมือนยางลบ กับแบบจาน
ซึ่งจากที่ทดสอบ วาดภาพได้ แต่ลูกผมบอกว่า ไม่ถนัดเท่าไหรนัก (แต่ก็ยังวาดสวย) ผมคิดว่า เหมาะกับการเซนต์ชื่อ จดบันทึกนิดหน่อย ใช้แค่วงในใบเสร็จ รูป เอกสาร นิดๆหน่อยๆ ไม่ได้เหมาะกับการจดเล็คเชอร์ยาวๆ หรือวาดภาพจริงจัง
นี่คือภาพที่ได้จากการวาดด้วยปากกา บนแท็บเล็ตรุ่นนี้ครับ
การถ่ายภาพ
ต้องบอกก่อนว่า ปกติกล้องของแท็บเล็ต เหมาะกับการ VDO Call และถ่ายรูปส่งงานนิดหน่อย แต่สำหรับ Alldocube iPlay 50 Mini ถือว่าทำได้ดีเลยครับ ภาพตามมาตรฐานใช้งานได้
ภาพอาจจะไม่ได้สว่างนัก ไม่ได้มี HDR ช่วยย้อนแสงใดๆ แต่ก็ถือว่าใช้งานได้ หากต้องการภาพสว่างขึ้นก็ปรับแสงเพิ่มเองได้
ตอนเอาไปถ่าย เจอแดด แทบไม่เห็นหน้าจอเลย แล้วพอแดดเยอะๆ ก็อาจจะจะมองจอยาก แต่ทั้งนี้ ในการใช้งานจริง เราเน้นการอ่าน ดู มากกว่า แล้วใช้มือถือถ่ายรูป
โดยรวมการถ่ายภาพทำได้ดี อาจจะไม่ถึงกับมี HDR ปรับแสง แต่ก็ใช้ส่ง LINE ใช้โพสต์บน Social ได้
ภาพเซลฟี่ทำได้ดี
แบตเตอรี่
จากการใช้งาน ดู YouTube ประมาณ 1 ชั่วโมง ช้อปผ่าน Shopee รู้สึกว่า แบตไม่ได้ลดลงเยอะนัก แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระดับเสียงในการเปิดเสียงลำโพง การต่อหูฟังบลูทูธ การเปิดความสว่างหน้าจอ ยิ่งถ้าใช้ตอนมีแดด ข้างนอก Outdoor อากาศร้อนก็จะใช้พลังงานจากแบตเตอรี่เยอะขึ้น โดยรวม ทดสอบหลายๆ ครั้ง ใช้ได้ประมาณ 1 วันกว่าๆ ครับ คิดว่าน่าจะขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้งานของเราด้วย ลองดูในเมนู แบตเตอรี่ จะเห็นว่าเราใช้แอปไหนกี่นาที ถ้าเอาแบบเซฟๆ ก็คือพกหัวชาร์จ พก Power Bank ไปข้างนอกได้ครับ
สำหรับตัวผมนั้น ใช้แท็บเล็ตในการดูหนัง อ่าน LINE เพื่อดูเอกสารจอใหญ่กว่ามือถือ ไม่ได้เล่นเกม ใช้งาน Social เพลินๆ ถือว่าทำงานได้ดีเลยครับ การใช้ซิม รับสาย โทรออกได้ดี การใช้งาน 4G ใช้งานได้ลื่นๆ สบายๆ สำหรับ Alldocube iPlay 50 mini ถือว่าตอบโจทย์ผมมาก เพราะพกมือถือ 1 แท็บเล็ต 1 ใส่กระเป๋าเล็กๆ ไปข้างนอกได้สะดวก ทำงานไม่ได้พกคอมก็ยังทำงานได้สะดวก คล่องตัวดีครับ แต่แบตเตอรี่อาจจะต้องเตรียม Power Bank ถ้าเราใช้หนักครับ แต่ถ้าใช้งานทั่วไป วันนิดๆ ก็หมายความว่า ถ้ากลางคืนดูหนัง จะชาร์จไว้ก่อนนอนก็ดีครับ เพื่อให้ในวันต่อไปทั้งวันเราไม่ต้องกังวลในการชาร์จแบต
ส่วนใครจะเอาไปใช้แทนเมนูในร้าน รับสแกนจ่าย ประชุมออนไลน์ ตอบโจทย์เลยครับ ไม่แพงด้วย
เรื่องการรับประกัน ศูนย์ไทย สบายใจได้ครับ โดยสามารถซื้อตามหน้าร้านต่างๆ (ออฟไลน์) ร้านค้าชั้นนำ และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศได้ และแพล็ตฟอร์มออนไลน์
ขอขอบคุณ บริษัท T&C ที่เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ทดสอบครับ
สนใจ ซื้อได้ที่ Alldocube Official Store :
Lazada https://s.lazada.co.th/s.FHJnA?cc
Shopee https://s.shopee.co.th/7fLlvyuQQs
Tiktok Alldocube Thailand https://url.in.th/vSwRy
#ออลดูคิวบ์
#Alldocube
#iPlay50mini
#สมาร์ทแท็บเล็ต
One thought on “รีวิว แท็บเล็ตพกพาขนาดพอดีมือ พกง่าย โทรออก รับสายสะดวก Alldocube iPlay 50 mini เพียง 3,xxx.-”